9 ตำนาน โรงเรียนผี สุดหลอนของไทย มีโรงเรียนใครบ้างไปดูกันเลย!!

871

ที่ไหนๆ ก็มี เรื่องหลอน ชวนให้นอนไม่หลับด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่แค่วัด บ้านร้าง หรือโรงพยาบาล ที่คุณจะสามารถได้ยินเรื่องเล่าที่ชวนให้ขนพองสยองเกล้าได้ โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่วงรวมเรื่องเฮี้ยนสุดหลอนที่ต้องส่งต่อความน่ากลัวนี้ให้กันแบบรุ่นต่อรุ่น จะมีที่ไหนบ้าง ลองมาดูกันดีกว่า

#1 เรื่องหลอน ของลิฟต์แดง

เรื่องหลอนสุดสยองของลิฟต์แดงจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีเรื่องเล่าว่าในช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ แห่งความขัดแย้งทางการเมือง นักศึกษาพากันหลบหนีเข้าไปในลิฟต์ตัวหนึ่ง และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ทหารได้กระหน่ำยิงจนเลือดสาดอาบไปทั่วทั้งลิฟต์ นักศึกษาทั้งหมดเสียชีวิต

ต่อมาทางมหาวิทยาลัยได้ทำการล้างทำความสะอาดลิฟต์ตัวนั้น แต่ไม่ว่าจะล้างยังไง ลิฟต์ตัวนี้ก็จะยังคงมีคราบเลือดเลอะเปรอะเปื้อนหลงเหลืออยู่ มหาวิทยาลัยหาทางออกด้วยการทาลิฟต์ตัวนี้ให้เป็นสีแดง

หลังจากที่ลิฟต์ตัวนี้ถูกนำกลับมาใช้งานตามปกติ ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ต่างก็พบเจอเหตุการณ์น่าขนลุกต่างๆ เช่น มีนักศึกษาคนหนึ่งขึ้นลิฟต์ตามลำพัง แต่เมื่อมองไปที่กระจก เขากลับเห็นว่ามีคนอื่นยืนอยู่ในลิฟต์ด้วย หรือมีนักศึกษาเดินเข้าลิฟต์พร้อมกับรอยเลือดไหลเป็นทาง

แม้ว่าปัจจุบันลิฟต์ตัวนี้จะถูกถอดออกไปแล้ว แต่เรื่องราวของลิฟต์แดงก็ยังคงถูกเล่าขานกันต่อไป และปัจจุบัน ทางมหาวิทยาลัยยังคงเก็บ “ลิฟต์แดง” ตัวนี้เอาไว้อยู่ โดยนำไปตั้งที่ชั้น 6 คณะศิลปศาสตร์ ราวกับว่าเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงการจากไปของเหล่านักศึกษาผู้บริสุทธิ์

#2 ตำนานหลอนอิฐ 9 ก้อน

ว่ากันด้วยเรื่องเล่าจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยที่ตั้งอยู่กลางเมือง บริเวณทางเดินหน้าตึกคณะเศรษฐศาสตร์ของที่นี่ จะมีอิฐจำนวนหนึ่งเผยอขึ้นมา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนหรือมีการปรับปรุงพื้นที่กันอย่างไร อิฐก้อนนั้นก็ยังคงเกยกันอยู่ดี

จึงมีเสียงเล่าลือต่อๆ กันในหมู่นักศึกษาว่า ห้ามเดินเหยียบอิฐนั้นเป็นอันขาด เพราะมีเรื่องเล่าว่า นักศึกษาชายคนหนึ่ง มีปากเสียงทะเลาะกับแฟนเรื่องเลิกกัน และสุดท้าย ฝ่ายชายก็ตัดสินใจกระโดดตึกลงมาเสียชีวิตตรงบริเวณอิฐก้อนนั้น แม้ว่านี่จะเป็นเรื่องที่เล่าขานต่อๆ กันมา แต่ก็ไม่มีใครกล้าลบหลู่เรื่องที่ว่านี้เลยสักคน

#3 ลานประหาร…ลานทรงพล

“ลานทรงพล” บริเวณคณะอักษรศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในบริเวณเขตพระราชฐานพระราชวังสนามจันทร์ เดิมที ก่อนที่นี่จะเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นเหมือนปัจจุบัน ที่แห่งนี้เคยใช้เป็นลานประหารนักโทษ ซึ่งวิธีการประหารที่ใช้กันมากที่สุดในยุคนั้นคือ การประหารด้วยการตัดคอให้ขาดในดาบเดียว

ด้วยเหตุนี้จึงมีเรื่องที่เล่าต่อๆ กันมาอยู่มากมาย บ้างก็ว่ามีนักศึกษาเห็นเงาคนสูงใหญ่กำลังฟันคอคนที่นั่งอยู่บนพื้นจนขาดกระเด็น บ้างก็ว่าเห็นผู้หญิงนุ่งโจงห่มสไบมายืนอยู่บริเวณนี้ยามค่ำคืน

#4 ลิฟต์สยองที่ตึก 3

มหาวิทยาลัยย่านเมืองเอกเป็นอีกแห่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลอนและความเฮี้ยนติดอันดับต้นๆ ทั้งเรื่องของฮวยจุ้ยที่ว่ากันว่าผีเพียบ แถมบริเวณโดยรอบที่เต็มไปด้วยบ้านร้างและสถานที่วัดใจสำหรับคนอยากลองของ และเรื่องเล่าเก่าแก่ที่ยังคงสร้างความน่าหวาดผวามาถึงปัจจุบันคงจะหนีไม่พ้นเรื่องราวของ ลิฟต์ตึก 3 ในยามกลางวัน ลิฟต์ตัวที่ว่านี้จะสามารถใช้งานได้ตามปกติ

แต่พอตกกลางคืน…ลิฟต์ตัวนี้จะเปิดเองโดยที่ไม่มีคนกด และหากมีใครกดขึ้นลงระหว่างชั้นต่างๆ มันก็จะไม่เปิดให้ตามชั้นที่กด ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นของคณะนิติศาสตร์ เคยมีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวปรากฎกายอยู่ในกระจกภายในลิฟต์อีกด้วย

#5 เสียงร้องไห้ปริศนาในห้องน้ำชาย

เรื่องเล่าสยองขวัญของโรงเรียนประถมใจกลางเมืองนนทบุรีแห่งนี้ ว่ากันว่ามีห้องน้ำที่ถูกปิดตายอยู่ และมีเสียงร่ำลือว่าห้องน้ำแห่งนี้มักจะมีเสียงร้องไห้ปริศนาดังออกมาเรื่อยๆ นอกจากนี้ ยังมีคนเห็นวิญญาณของเด็กผู้หญิงยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นสะท้อนอยู่ในกระจก

และเรื่องราวชวนหลอนของที่นี่ก็ยิ่งทวีคูณเข้าไปอีก เมื่อได้รู้ว่า ที่ดินตรงนี้เคยเป็นโรงพยาบาลเก่า ถึงขนาดพระที่มาทำพิธีในที่แห่งนี้สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นวิญญาณ และความอาฆาตที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

#6 ใครอยู่บนคาน?

ช่วงงานกีฬาสี เป็นอีกช่วงเวลาที่นักเรียนหลายคนต้องอยู่ทำกิจกรรมในโรงเรียนจนค่ำมืด ที่โรงเรียนแห่งนี้ก็เช่นกัน ในการซ้อมเชียร์ ผู้นำเชียร์แต่ละรุ่นจะเล่าเรื่องราวความหลอนส่งต่อกันเป็นทอดๆ โดนเฉพาะเรื่องหลอนของโรงอาหาร ขณะที่กลุ่มเชียร์ลีดเดอร์กำลังซ้อมกันอยู่ ทั่วทั้งโรงอาหารมีเพียงเสียงนับให้จังหวะ

แต่อยู่ๆ คนที่ขึ้นเป็นยอดสุดของการต่อตัวก็กรีดร้องดังลั่น ทุกคนจึงเงยหน้าขึ้นไปมองและสิ่งที่ทุกคนได้เห็นก็คือ ผู้หญิงผมยาวคนหนึ่ง เนื้อตัวขาวซีดใส่ชุดขาวนั่งอยู่บนคาน หล่อนกำลังจ้องมองลงมาและปรบมือให้ ทำเอาทุกคนขวัญกระเจิงเก็บข้าวของหนีออกจากโรงอาหารในทันที และทุกวันนี้ ก็มีน้อยคนนักที่จะกล้ามองขึ้นไปบนคานนั้น

#7 เรื่องหลอนอาคาร 6

มีเรื่องเล่าว่าบริเวณอาคาร 6 ของโรงเรียนดังย่านปากเกร็ดเคยเป็นศาลาพักศพมาก่อน จึงเป็นเหตุให้ที่นี่ต้องมีการทำบุญตึกกันทุกๆ วันอังคาร ว่ากันว่าเคยมีครูคนหนึ่งเลิกงานดึก ขณะกำลังเดินลงมาจากตึกพบเด็กนักเรียนคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่บนป้ายตรงทางเดิน

ครูจึงเดินเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงว่า เป็นอะไร ทำไมถึงยังไม่กลับบ้าน ทันทีที่เด็กคนนั้นเงยหน้าขึ้น ภาพที่เห็นทำเอาคุณครูถึงกับตกใจจนแทบสิ้นสติ น้ำตาของเด็กคนนั้นไหลออกมาเป็นเลือด และเมื่อสังเกตดีๆ ก็เห็นว่าป้ายที่เด็กคนนั้นนั่งอยู่ ติดกับผนังซึ่งไม่มีทางที่คนจะขึ้นไปนั่งได้

#8 คุณครูนาฏศิลป์

เรื่องหลอนของโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่นี่เคยมีครูสอนนาฏศิลป์ที่เคร่งครัด เข้มงวด และมีระเบียบสุดๆ แถมยังเป็นครูที่มีชื่อเสียงโดดเด่นในเรื่องการรำเป็นอย่างมาก วันหนึ่ง ครูป่วยหนักจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ด้วยความรับผิดชอบและความรักในอาชีพอย่างแรงกล้า ทำให้คุณครูหนีออกจากโรงพยาบาลเพื่อมาฝึกซ้อมให้เด็กๆ ในการแข่งขันรำไทย

แต่แล้วเรื่องน่าเศร้าก็เกิดขึ้น เมื่ออาการของคุณครูทรุดลง ทำให้ต้องกลับไปเอายาที่ลืมไว้ในห้องนาฏศิลป์ หลังจากนั้นไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เช้าวันต่อมาจึงมีคนมาพบศพคุณครูอยู่ภายในห้องนั้น นับจากนั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่มีคนพยายามจะเข้ามาในห้องก็จะมีเสียงดนตรีไทยดังขึ้น และยังมีคนมารำอยู่ในห้องนั้นทุกวันอีกด้วย

#9 เสียงส้นสูงในห้องน้ำ

เป็นเรื่องราวที่กล่าวถึงห้องน้ำหญิงบริเวณโรงอาหารของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เรื่องเล่าว่า มักจะมีคนได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงเดินวนเวียนไปมาอยู่ภายในห้องน้ำอยู่เรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด เชื่อกันว่าอาจเป็นวิญญาณของผู้หญิงที่เคยถูกฆ่าตายในห้องน้ำแห่งนี้ และในตอนนั้นเธอก็สวมรองเท้าส้นสูงอยู่ด้วย จึงเป็นเรื่องหลอนให้ใครหลายคนเชื่อว่า ดวงวิญญาณของเธอยังคงไม่ไปไหน และคอยวนเวียนอยู่ในบริเวณที่เธอตายเรื่อยมา

เรื่องราวหลอนๆ เกี่ยวกับโลกหลังความตายอาจเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีปัจจุบันไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่อย่างที่โบราณได้ว่าเอาไว้นั่นแหละนะ “ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่” สิ่งที่เรามองไม่เห็นไม่ได้แปลว่าไม่มีอยู่จริง ไม่แน่ว่า ตอนนี้อาจมีดวงตานับร้อยนับพันคู่ที่คุณมองไม่เห็นกำลังจับจ้องมาที่คุณ

เครดิต 10 อันดับ

แบ่งปัน