สาวกOne piece ต้องว้าว กับข้าวกล่องเบนโตะ และประวัติสุดเริ่ด!

21

ก่อนอื่นมาฟังประวัติเบนโตะกันครับ

 

 ประวัติของเบนโตะหรือข้าวกล่องญี่ปุ่นนั้น เราสามารถย้อนกลับไปได้ไกลจนถึงยุคคามะคูระ  (Kamakura ปี 1185-1333) ตอนปลาย หรือประมาณ 600 กว่าปีมาแล้ว

 ซึ่งเป็นยุคที่เริ่มมีการพัฒนาอาหารแห้งที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า Hoshi-ii และในสมัย อาซูชิ-โมโมยามา (Azuchi-Momoyama ปี 1568-1600) ได้มีการผลิตกล่องไม้เบนโตะเหมือนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ และเบนโตะก็มักจะ รับประทานคู่กันในระหว่างพิธีชงชานับแต่นั้นมา

 เบนโตะมาได้รับความนิยมสุด ๆ ในช่วงยุค 80 ที่เริ่มมีการใช้เตาไมโครเวฟตามร้านสะดวกซื้อ  และภาชนะที่ใส่อาหาร ได้มีการใช้วัสดุราคาถูกมาผลิตเป็นกล่องเบนโตะ อาทิ โฟม ไม้ ราคาถูก ที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งแทนกล่องไม้เคลือบแลกเกอร์ราคาแพงหรือโลหะที่นิยมใช้กันในช่วงยุคแรก ๆ  และในปี 2003  สนามบินต่าง ๆ ก็เริ่มมีเบนโตะขายให้แก่ผู้โดยสารซื้อ รับประทานระหว่างรอขึ้นเครื่องบินกัน นับเป็นอาหารจานด่วนที่ได้รับความนิยมมากมาจนถึงทุกวันนี้

 เบนโตะ หรืออาหารปิ่นโตแบบญี่ปุ่นที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า เบนโตะ นั้น ถ้าแปลตามตัวจะได้ความหมายว่า อาหารกลางวันระหว่างม่าน  เมื่อชาวญี่ปุ่นไปหาความสำราญจากการดูละครนอกบ้าน   จะมีการจัดข้าวสวยและกับข้าวออก

มาขายเพื่อให้ผู้ชมรับประทานระหว่างที่มีการปิดผ้าม่านช่วงละครหยุดพักครึ่งเวลา

 ในเบนโตะจะประกอบด้วยอาหารมากมายหลายชนิด ทั้งที่เป็นอาหารที่ได้จากทะเลบ้าง อาหารจากภูเขาบ้าง รวมทั้งอาหารที่ได้จากท้องถิ่นนั้น  ๆ   อีกด้วย   ซึ่งแต่ละชนิดจะทำด้วยเครื่องปรุงหลากหลาย และปรุงด้วยวิธีต่าง ๆ กัน  เช่น “มิโนะโมะ” คือผักต้ม    ยะกิโมะโนะ” คือปลาย่าง     “ซุโนะโมะโนะ” คืออาหารประเภทปลาและผักที่แช่น้ำส้มมาแล้ว อะเงะโมะโนะ” คืออาหารประเภททอด    “ซุเกะโมะโนะ” คือผักดอง  การเปิดกล่องเบนโตะจึงเป็นเรื่องเพลิดเพลินมากสำหรับชาวญี่ปุ่น ที่สำคัญ จะจัดเรียงอย่างสวยงาม แสดงให้เห็นถึงสุนทรีย์ทางด้านความงามของคนญี่ปุ่นอย่างชัดเจน

 จากข้าวกล่องที่หารับประทานกันตามโรงละคร เบนโตะยังได้พัฒนากลายเป็นส่วนสำคัญในวิถีชีวิตประจำวันของ          ชาวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เพราะมีการเตรียมอาหารใส่กล่องเพื่อความสะดวกสบายต่อการพกพาไปรับประทานนอกบ้าน หรือระหว่างการเดินทาง คล้ายกับ ลันช์บ็อกซ์ (lunch box) ของอเมริกากันแทบทุกบ้าน โดยส่วนมากกล่องที่ใส่จะมีลักษณะเป็นหลุม ๆ  เหมือนกับถาดหลุม เพื่อจะได้สามารถจัดอาหาร เช่น ข้าวสวย กับข้าว รวมถึงเครื่องเคียงอื่น  ๆ       ใส่ลงในกล่องได้อย่างเป็นสัดส่วน

 เบนโตะแบ่งออกได้หลายชนิด  อาทิ Sake Bento  เป็นอาหารเบนโตะแบบง่าย ๆ   ที่มีอาหารหลักเป็นปลาแซลมอน      ต้มสาเก    Sushizume   เบนโตะที่มีแต่ซูชิ    Shidashi Bento  เป็นเบนโตะที่เสิร์ฟตามร้านอาหารหรือภัตตาคาร และ Ekiben เบนโตะยอดนิยมและถือเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ซึ่งมีความหมายตามตัวอักษรว่า เบนโตะตามสถานีรถไฟ โดยเบนโตะแบบนี้จะวางขายตามสถานีรถไฟทุกแห่งในญี่ปุ่น เริ่มแพร่หลายตั้งแต่ปลายสมัยเมจิ (ปี 1868-1912) และต้นสมัยทะอิโช (ปี 1912-1926)

 แต่ละภูมิภาคจะมีเบนโตะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง ซึ่งทำให้สามารถอวดรสชาติของท้องถิ่นได้ คล้าย ๆ กับอาหารชื่อดังตามภาคหรือจังหวัดต่าง ๆ  ของประเทศไทยนั่นเอง  ซึ่งถ้าหากชอบรับประทานเบนโตะก็สามารถทัวร์

กิน Ekiben ไปได้ทั่วประเทศญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว

 อาหารแทบจะทุกชนิดสามารถนำมาทำเป็นเบนโตะได้ โดยจะมีส่วนประกอบหลัก  ๆ อยู่ ส่วน ส่วนแรกที่ขาดไปเสียมิได้ คือ ข้าว ส่วนต่อมาคือ กับข้าว ซึ่งมักจะเป็นเนื้อหรือปลาเป็นหลัก ส่วนที่ เป็นผัก ซึ่งอาจจะเป็นผักต้มชนิดต่าง ๆ และส่วนสุดท้าย เป็นผักดอง หรือขนมหวาน

 นอกจากความสะดวกสบายในการพกพาแล้ว เบนโตะยังเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของความรักและความห่วงใยอีกด้วย สายใจ พูนชัย ผู้จัดการห้องอาหารญี่ปุ่นสึ โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ กล่าวถึงคุณค่าของเบนโตะในแง่ของจิตใจที่มีต่อชาวญี่ปุ่นให้ฟังว่า ในสมัยก่อน ก่อนที่สามีจะออกจากบ้านเพื่อไปทำไร่ทำนา ฝ่ายภรรยาจะลุกขึ้นมาตระเตรียมอาหารกันแต่เช้าตรู่ เพื่อใส่กล่องให้สามีรับประทานระหว่างพักกลางวัน “อาหารที่อยู่ในเบนโตะนอกจากจะพิถีพิถันในเรื่องของรสชาติแล้ว ยังคำนึงถึงหลักทางโภชนาการอาหารที่ต้องครบทุกหมวดหมู่ เพื่อให้ได้มาซึ่ง พละกำลังในการทำงานหนักต่ออีกทั้งวัน เบนโตะจึงเป็นเสมือนตัวแทนความรักความห่วงใยที่ภรรยามีต่อสามี” ยามเปิดเบนโตะขึ้นมาแล้วเห็นหน้าตาของอาหารที่ภรรยาตั้งใจทำมาให้ก็อาจจะทำให้ฝ่ายสามีหายเหนื่อยได้เป็นปลิดทิ้งทีเดียว

 แม้แต่เด็กนักเรียนในประเทศญี่ปุ่นก็มักจะพกเบนโตะไปเป็นอาหารกลางวันที่โรงเรียน และบ่อยครั้งก็มักจะแบ่งกันรับประทาน   ดังนั้น อาหารที่พ่อแม่ใส่กล่องมาให้ลูกนั้นมักจะเตรียมอย่างดีที่สุด มีการจัดอย่างพิถีพิถันและสวยงาม ถือเป็นสิ่งสำคัญที่แสดงออกให้เห็นได้ถึงฐานะทางสังคม หรือสถานะทางบ้านได้เลยทีเดียว เพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนหรือคุณครูจะสามารถเรียนรู้อุปนิสัยของคุณพ่อคุณแม่ของเด็กคนนั้นได้จากการเตรียมเบนโตะด้วยนั่นเอง

 ดังนั้น แม้ว่าเบนโตะจะสามารถหาได้ตามร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่แม่บ้านญี่ปุ่นจะต้องเตรียมเบนโตะที่มีหน้าตาน่ารับประทานให้เป็นด้วย   การจัดเบนโตะถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากทีเดียว โดยปกติแล้วเราจะเห็นว่าเบนโตะมีสีสันสวยงาม และบ่อยครั้งที่เราจะเห็นการนำตุ๊กตาหรือว่าดอกไม้ใบไม้มาจัดลงในกล่องเบนโตะด้วย บ้างก็จะใช้ผ้าลวดลายสวยห่อกล่องเบนโตะไว้อย่างงดงาม

 เบนโตะ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความรักของคนหนุ่มสาวอีกด้วย นับได้ว่าเป็นของขวัญที่จะสามารถสร้างความประทับใจให้แก่คนรักได้มากทีเดียว เมื่อหญิงสาวญี่ปุ่นตกหลุมรักชายหนุ่มแล้วละก็ เธอมักจะแสดงออกโดยการมอบเบนโตะให้เป็นสื่อแทนใจ ซึ่งเราเห็นได้ในการ์ตูนญี่ปุ่นโดยทั่วไปที่เมื่อหญิงสาวตกหลุมรักชายหนุ่มแล้ว มักจะมีการมอบเบนโตะให้กับชายที่ตนตกหลุมรักเหมือนในการ์ตูนเรื่อง Wedding Peach ที่ โมโมโกะ มีความพยายามที่จะทำเบนโตะให้แก่ ยานากิบะ ชายรูปงามที่ตนหลงรัก แต่แล้ว โยซุเกะ ที่เป็นเพื่อนก็จับได้ว่าโมโมโกะไม่ได้ทำเบนโตะเอง แต่ไปซื้อมาต่างหากล่ะ   และยังมีการกล่าวถึงเบนโตะ   ในลักษณะของสื่อแสดงความรัก  ในการ์ตูนญี่ปุ่นอีกหลาย ๆ  เรื่อง ด้วยกัน นอกจากเบนโตะจะเป็นเครื่องแสดงความรักของ คู่บ่าวสาว  หญิงที่แต่งงานแล้วยังทำเบนโตะให้สามีเพื่อแสดงว่าเธอยังรักเขาอยู่อย่างไม่จืดจางอีกด้วย

ว่ากันว่า ถ้าจะเลือกผู้หญิงสักคนมาเป็นคนรักหรือภรรยา ก็ให้สังเกตจากเบนโตะที่เธอจัดเตรียมมาให้ หากอาหารที่เธอบรรจงตกแต่งออกมาอย่างสวยงามประณีต นั่นก็แสดงว่าเธอนั้นเป็นแม่บ้านแม่เรือนขนานแท้ และมีความพิถีพิถันกับการใช้ชีวิต สมควรนำมาเป็นคู่ครอง

แบ่งปัน